พิธีกรหน้าหวานและนักบริหารงานทีวี

พิงก์กี้-ชมพูนุท โรจน์ชลาสิทธิ์ บอสใหญ่แห่ง เคทีวี บรอดแคสติ้ง บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์คุณภาพที่มีจำนวนรายการมากมายอยู่ในช่องฟรีทีวีบ้านเรา และที่สำคัญทุกรายการที่ผ่านการกลั่นกรองมาจากมันสมองของเธอมักจะแฝงไปด้วย สาระ ความรู้ เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ชมอย่างแท้จริง พิงก์กี้เป็นลูกสาวคนโตของ คุณกิตติ โรจน์ชลาสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการโทรทัศน์มาทั้งชีวิต ผู้เป็นพ่อจึงเป็นดั่งแรงบันดาลใจและฮีโร่คนสำคัญในชีวิตที่ช่วยผลักดันให้เธอกล้าคิดและมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ สู่ประชาชน WP จึงอยากชวนคุณมาสัมผัสแนวคิด หลักการทำงาน และการดำเนินชีวิตในด้านอื่นๆ ของเธอกันค่ะ

คุณพิงก์กี้ ดูแลรับผิดชอบงานอะไรอยู่บ้างคะ แล้วปัจจุบันเคทีวี บรอดแคสติ้ง มีรายการอะไรบ้าง

ดิฉันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เคทีวี บรอดแคสติ้ง จำกัดค่ะ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดรายการและซิทคอมต่างๆ ซึ่งเราก็จะดูแลภาพรวมทั้งหมด รวมถึงบางรายการที่เราจะเข้าไปเป็นพิธีกรเองด้วยค่ะ อย่างละครซิทคอม ยมโลกโซไซตี้ ทางช่อง 3 ส่วนรายการก็จะมีมากหน่อย อย่างล่าสุดก็เป็นรายการ วันนี้ที่รอคอย ทางช่อง 9 ตัวดิฉันเองก็เป็นพิธีกรคู่กับพี่กิตติ สิงหาปัดค่ะ ลักษณะรายการจะเป็นทอล์คโชว์ที่สร้างสรรค์สังคม เน้นการช่วยเหลือ คนที่พลัดพรากจากกันให้มาเจอกัน นอกจากนี้เราก็ยังมีรายการ แหล, คนหัวหมอ, เทศนาฮาสุดขีด, โต๊ะข่าวบันเทิง และตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวนเหมือนกัน

คุณพ่อถือว่าเป็นแรงบันดาลใจหรือเปล่าคะ สำหรับงานด้านโทรทัศน์

ตอนแรกไม่คิดที่จะทำเลยค่ะ แต่ด้วยความที่เราอยู่กับคุณพ่อ เห็นท่านทำงาน และเราก็เติบโตมาในกองถ่าย เข้าไปเล่นในห้องตัดต่อกับพี่ๆ ครีเอทีฟ เสาร์ อาทิตย์ เขาออกกองกัน เราก็ตามไปด้วย แต่โตขึ้นมาเราก็รู้สึกว่ามันเป็นงานที่ยากจังเลย ต้องไปหาเวลาหาโฆษณา จนกระทั่งมีโอกาสได้ทำธุรกิจเครื่องสำอางจากญี่ปุ่นตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่นานพี่อ้อ (ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม) ก็มาชวนไปทำงานการเมืองค่ะ สนุกมากๆ เพราะได้ไปเป็นผู้ช่วยรองโฆษกรัฐบาล ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนประมาณ 1 ปี เกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้น มีความเปลี่ยนแปลง และผู้หญิงเล่นการเมืองมันเป็นเป้าให้คนโจมตีได้ง่าย งานการเมืองกับเราก็เลยต้องจบลงเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็ลองมาจับงานการตลาดเพื่อหาประสบการณ์อยู่ 2 ปีจนมาตั้งบริษัทเอง เพื่อผลิตรายการเกมโชว์ต่างๆ วาไรตี้ และซิทคอมอย่างที่เห็นในปัจจุบันค่ะ ซึ่งคุณพ่อก็เป็นแรงบันดาลใจ หรือเรียกว่าเป็นคนจุดประกายให้เราเลยก็ว่าได้ค่ะ

แล้วในแต่ละรายการที่ผลิตออกมา มีไอเดียในการคิดคอนเซ็ปต์รายการกันอย่างไรคะ

จากคุณพ่อบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นเราที่ออกไปหาเอง อย่างไปดูงานที่ต่างประเทศ สิ่งสำคัญเลยคือ คุณพ่อมักจะสั่งไว้ว่าทุกรายการที่เราทำเพื่อคนดู หลังที่เขาดูเสร็จควรจะต้องได้อะไรกลับไปด้วย ต้องมีสาระอะไรสักอย่าง มันก็จะมีธีมในการคิด อย่างรายการวันนี้ที่รอคอยก็จะมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนมากๆ คืออยากช่วยเหลือสังคม อยากให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงการมีน้ำใจ ช่วยเหลือกัน

ตอนเริ่มต้นคิดรายการได้ความตั้งใจเรื่องของการช่วยเหลือคนมาได้อย่างไรคะ

เริ่มจากเรามองเห็นว่า ปัจจุบันเมืองไทยคนหายเยอะมาก ถูกลักพาตัวบ้าง ค้าประเวณีบ้าง เห็นแล้วก็สลดใจ อยากหาทางช่วยเหลือค่ะ เราก็เลยทำรายการวันนี้ที่รอคอยขึ้นมา เพราะเมื่อก่อนคุณพ่อเคยทำรายการฝันที่เป็นจริงกับคุณไตรภพมาแล้ว เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สังคมดีขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งในรายการเราก็จะมีทีมที่เก่งมากๆ ในการค้นหาคนหาย เราได้ทีมจากไอทีวีมาช่วยค่ะ และปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง 100 คนที่หาย
เราเจอถึง 95 คน ทีมงานสมบุกสมบันมากๆ ทำงานกันด้วยใจจริงๆ

มีเหตุการณ์อะไรที่ประทับใจบ้างคะ เรื่องของการตามหาคน

เป็นรายการที่ทำทุกครั้งแล้วจะมีความสุขมากๆ เพราะได้เห็นน้ำตาแห่งความดีใจของคน ซึ่งสามารถสัมผัสได้ตรงนั้นเลย มันออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจ นอกจากนี้ทีมงานของเราก็เก่งมากค่ะ เดินเท้า 10 หมู่บ้านเพื่อตามหาบ้านเลขที่หนึ่ง สุดยอดมากๆ เรามีทั้งหมด 3 ทีม ทีมละประมาณ 3-4 คน ตากล้อง ผู้ช่วยกล้อง และผู้ค้นหา คนกลุ่มนี้จะต้องสวมวิญญาณนักข่าวที่มีไหวพริบ ปฏิภาณ

ทำรายการแบบนี้ ทำให้คุณพิงก์กี้มองเห็นปัญหาในเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ

ส่วนใหญ่ที่เจอ คือหลายเคสจำเป็นต้องทิ้งลูกไป และจะเป็นคนต่างจังหวัดเสียเป็นส่วนใหญ่ เหมือนคนต่างจังหวัดเขาตัดสินใจอยู่กันง่ายดายเกินไป บางทีอายุแค่ 15 ก็แต่งงานแล้ว ซึ่งฝ่ายหญิงยังไม่เคยรู้จักหัวนอนปลายเท้าของผู้ชายเลยด้วยซ้ำ พอมีลูกด้วยกัน ผู้ชายหนีไป ฝ่ายหญิงก็ไม่พร้อมจะเลี้ยง ก็ต้องทิ้งลูกไป เด็กๆ ก็ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ มันเป็นปัญหาซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทราบมาว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือค่อนข้างเยอะ ทางรายการมีเกณฑ์ในการคัดเลือกอย่างไรคะ

ตอนแรกก็ดูเป็นคิวก่อน แต่ตอนหลังก็ดูว่าเคสไหนเร่งด่วน อย่างแม่อายุ 80 เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยากเจอลูก เราต้องรีบหาให้เจอ เพื่อให้แม่ลูกได้เจอกันก่อนที่จะพลัดพรากจากกันไปตลอดชีวิต หรือลูกจะบวชวันนี้ อยากให้แม่มาถือผ้า เราก็ต้องหาให้เจอภายในวันนั้น ทำได้หรือเปล่ามันก็เป็นการท้าทาย แต่ก็จะมีบางเคสเหมือนกันที่หาไม่เจอ เราก็ต้องตรงไปตรงมากับผู้ชมเช่นกัน เพราะจะมีวีทีอาร์ทั้งหมดในการตามหามาให้ชม ว่าเราได้ทำทุกวิถีทางแล้วจริงๆ ซึ่งเคสที่หาไม่เจอจะน่าสงสาร หรือเจอแล้วลูกตายก็จะสะเทือนใจมากๆ ค่ะ



ทำรายการมาหลายเคสแล้ว ได้ข้อคิดอะไรในการใช้ชีวิตบ้างคะ

ใช้ชีวิตให้มีความสุขค่ะ รู้สึกว่าสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด เราควรรักคนที่อยู่ข้างๆ เราให้มากที่สุด อย่าทอดทิ้งกัน อย่าพลัดพรากกัน เพราะการลาจากเป็นเรื่องเศร้า

หลักสำคัญในการทำงานและการดำเนินชีวิตของคุณคืออะไร

คุณพ่อมักจะสอนดิฉันเสมอว่า เราทำอะไรให้ใคร เราไม่ต้องไปจำ แต่ว่าถ้าใครทำอะไรให้เรา เราต้องจำ มันเป็นข้อคิดที่ดีมากๆ สำหรับเรา เพราะบางทีเราทำอะไรให้ใครเราก็มักคาดหวังสิ่งตอบแทน ถ้าคิดแล้วไม่มีความสุขเราก็ควรเป็นผู้ให้ดีกว่า ส่วนคนที่ทำอะไรให้เรา เราก็ต้องตอบแทน มันเป็นสิ่งที่สมควรทำมากๆ ค่ะ

วางแผนอนาคตในด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัวยังไงคะ

ตอนนี้ทางเคทีวี บรอดแคสติ้ง ก็เตรียมที่จะทำละครยาวกับช่อง 3 ค่ะ รวมถึงรายการด้วย แต่ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมงานค่ะ ซึ่งก็จะยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ แนวบันเทิง และเน้นเรื่องบาปบุญคุณโทษ เพื่อให้สาระกับคนดูค่ะ ส่วนชีวิตส่วนตัว คงทุ่มเทให้กับงานไปเรื่อยๆ ค่ะ มีทั้งงานและครอบครัว ถ้ามีเวลาว่างก็จะทุ่มเทเวลาให้กับคนในครอบครัวค่ะ

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Women Plus

ข้อมูลโดย : นิตยสาร Women Plus