Updated: Sat, 05 Nov 2011 09:06:10 GMT

เตรียมตัวก่อนจัดฟัน

ก่อนจะจัดฟันนั้นลองมาดูกันหน่อยดีกว่าว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร


เตรียมตัวก่อนจัดฟัน

การจะมีรอยยิ้มที่สวยพิมพ์ใจ เรื่องของฟันก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่จะให้ฟันเรียงตัวสวยดั่งเม็ดข้าวโพดนั้น ใช่ว่าจะมีกันได้ง่ายๆ
ดังนั้น การจัดฟันจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้คุณๆ ยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่ง

ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเก ขากรรไกรที่ขนาดหรือตำแหน่งผิดปกติ เป็นลักษณะที่พบได้อยู่บ่อยๆ จนหลายคนรู้สึกเคยชินกับสภาพที่ปรากฏ น้อยคนจะทราบว่า ความผิดปกติเหล่านั้นเป็นสาเหตุของปัญหาการบดเคี้ยว การพูด การออกเสียง สร้างความยากลำบากในการดูแลรักษาความสะอาดซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากโดยรวม เช่น ก่อให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ ต้องสูญเสียฟันก่อนเวลาอันควรทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ ปัญหากลิ่นปาก และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือปัญหาด้านบุคลิกภาพ เราคงไม่ต้องสงสัยว่าการมีบุคลิกภาพหน้าตาที่ดี มีฟันเรียงเรียบ มีรอยยิ้มที่สวยงามช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราและสร้างควมาประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้มากเพียงใด

ทุกวันนี้ หลายคนอาจมองว่าการจัดฟันเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งจนมีคำเรียกกันว่า "œจัดฟันแฟชั่น" แต่แท้จริงแล้ว การจัดฟันเป็นสาขาหนึ่งของการรักษาทางทันตกรรมที่แก้ไขการเรียงตัวของฟัน การสบฟันหรือรวมไปถึงขนาดและตำแหน่งของขากรรไกรด้วย นอกจากการจัดฟันจะเป็นการแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว การจัดฟันยังเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหากผู้ป่วยไม่ได้รับการแก้ไขแต่เนิ่นๆ อีกด้วย

โดยทั่วไปแล้วหากคุณหรือบุตรหลานได้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ ทันตแพทย์ที่ดูแลจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่าคุณควรจะต้องพบทันตแพทย์จัดฟัน (Orthodontists) หรือไม่ ลักษณะความผิดปกติที่พบจะมีได้ในหลายๆ ระดับ บางอย่างต้องรีบแก้ไขตั้งแต่ยังเด็กๆ 5-6 ปี หรือ 8-9 ปี เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้า ทำให้รูปหน้าบิดเบี้ยวได้ ลักษณะบางอย่างที่ผู้ปกครองเป็นกังวล เช่น ฟันซ้อนเก ฟันบิด ฟันห่างในเด็กเล็กๆ อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเลย เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติขณะที่มีการเปลี่ยนของฟันจากชุดฟันน้ำนมเป็นชุดฟันแท้ และธรรมชาติเองนั่นแหละที่สามารถแก้ไขตัวมันเองได้ เพียงแต่ผู้ปกครองและเด็กได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องเท่านั้น บางกรณีที่มีความผิดปกติของขนาดขากรรไกรเข้ามาเกี่ยวข้องอาจต้องรอจนหมดการเจริญเติบโตประมาณอายุ 18-20 ปี ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคนแล้วจึงแก้ไขด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

ปกติฟันน้ำนมซี่สุดท้ายจะหลุดเมื่ออายุประมาณ 12 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะจัดฟันหากไม่มีปัญหาของกระดูกขากรรไกรเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากฟันแท้ขึ้นครบแล้ว (ไม่รวมฟันกรามแท้ซี่ที่ 3 ซึ่งมักถูกเรียกผิดๆว่า ฟันคุด) และเด็กวัยนี้มีทักษะการแปรงฟันที่ดีพอที่จะรักษาความสะอาดของช่องปากขณะที่มีเครื่องมือจัดฟันอยู่ในปากได้ หลายคนสงสัยว่า แล้วผู้ใหญ่จะจัดฟันได้ไหม อายุเท่าไหร่ถึงจะจัดไม่ได้ จริงๆ แล้วอายุมากแล้วก็สามารถจัดฟันได้ถ้ามีสุขภาพฟัน เหงือก และกระดูก รองรับฟันที่แข็งแรงพอ แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนของฟันจะช้ากว่าในเด็กและมีโอกาสเกิดเหงือกร่น มากกว่าด้วย

ส่วนมากการจัดฟันใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหาและความร่วมมือของผู้ป่วย เช่น การดูแลรักษาความสะอาดเครื่องมือจัดฟัน ไม่ทำเครื่องมือหลุด ใช้ยางอีลาสติก ตามคำแนะนำของทันตแพทย์จัดฟันและการมาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม การจัดฟันไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น แต่เป็นการรักษาเพื่อแก้ไขความผิดปกติ ดังนั้นในผู้ที่ฟันไม่มีปัญหาใดๆ ก็ไม่ควรจัดฟันเพราะ การมีเครื่องมือติดอยู่ที่ฟันทำให้แปรงฟันไม่สะดวก หากรักษาความสะอาดไม่ดี ฟันก็จะผุ เหงือกก็จะอักเสบ และทันทีที่ติดเครื่องมือที่ตัวฟัน ฟันจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไปทำให้การบดเคี้ยวจากเดิมที่ไม่มีปัญหา ก็เกิดมีปัญหาขึ้นมาได้เช่นกัน

Article by Nan

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ข้อมูลโดย : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด การลดน้ำหนัก

  • ฟันขาววิ้งแบบ DIY

    ฟันขาวขึ้นแบบไม่ต้องไปหาหมอฟัน สาวชิคคนไหนก็สามารถทำได้ แม้จะไม่เห็นผลปุ๊บปั๊บทันตา แต่ก็สามารถโชว์ฟันขาวรอบพรีวิวก่อนรวบรวมเงินไปทำฟันขาวโดยทันตแพทย์อย่างไม่อายใครค่ะ

  • คราบหินปูน

    การดูแลความสวยงามของฟัน แสดงให้เห็นถึงความมีจิตสำนึกหรือความเอาใจใส่ในสุขภาพของร่างกายและปรารถนาจะเป็นที่รักของทุกๆคน...

  • Health

    การที่มีฟันขาวสะอาดและลมปากหอมสดชื่นนั้น เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้างได้เช่นกัน