Updated: Tue, 27 Nov 2012 22:09:31 GMT

คุณเป็นไมเกรนอยู่หรือไม่?

ตื่นเช้ามาทำไมจึงปวดหัวครึ่งซีก อาการแบบนี้จะเป็นอันตรายต่อสมองหรือไม่ แล้วอาการปวดแบบเป็นๆ หายๆ นี้ จะมีทางรักษาไหม


คุณเป็นไมเกรนอยู่หรือไม่?

จะใช่โรคไมเกรนอย่างที่เขาว่ากันหรือไม่ วันนี้อีแมกกาซีนจะพาคุณไปไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคไมเกรน ซึ่งนับวันผู้คนในเมืองจะเป็นกันมากขึ้น

ศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ ให้ข้อมูลว่า โรคไมเกรน(Migraine) คือ โรคที่เกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหลอดเลือดแดงในสมองมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ในบางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวหรือเห็นแสงระยิบระยับร่วมด้วย โดยโรคที่ว่านี้ รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัย GALEN คือ ราวสองพันปีมาแล้ว ซึ่งคำว่า ไมเกรน (Migraine) มาจากคำสองคำคือ HEMI + CRANIUM คำ HEMI แปลว่า ครึ่งว่า ครึ่งซีก ส่วน CRANIUM แปลว่า ศีรษะหรือหัว เมื่อคำสองคำมาผสมกีนเป็นHEMICRANIUM แต่ยาวเกินไป จึงตัดส่วนหน้าออก และ ส่วนหลังทิ้ง จึงเหลือ œMICRAN ในภาษาลาติน ภาษาอังกฤษมาแปลงใหม่เป็น MIGRANE ในภาษาไทยมีคำแปลว่า โ€œโรคตะกังโ€ แต่ไม่เป็นที่นิยมใช้กันแต่อย่างใด จึงมักเรียกทับศัพท์กันไปว่า œโรคไมเกรน(MIGRAINE)

อาการเป็นอย่างไร?

โรคไมเกรน (MIGRAINE) ความจริงไม่น่าจะจัดว่าเป็นโรคแต่อย่างใด เพราะเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองบีบตัวและคลายตัวมากกว่าปกติ ในคนปกติหลอดเลือดแดงเหล่านี้วึ่งมีอยู่มากมายในสมองก้จะมีกานบีบตัวและคลายตัวอยู่เป็นประจำ แต่ไม่มากจึงไม่ปวดหัว ในผู้ปวดไมเกรน (MIGRAINE) จะไม่พบพยาธิใดๆในหลอดเลือดแดงของสมองจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอัมพาตหรือพิการแต่อย่างใด

คุณเป็นไมเกรนอยู่หรือไม่?

อาการของไมเกรน

1.ปวดศีรษะครึ่งซีก อาจป็นบริเวณขมับหรือท้ายทอย แต่บางครั้งก็อาจเป็นสองข้างพร้อมกันหรือเป็นสลับข้างกันได้

2. ลักษณะการปวดศีรษะส่วนมากจะปวดตุ๊บๆ นานครั้งหรึ่งๆเกิน20นาที (ยกเว้นจะได้รับประทานยา) แต่บางครั้งถ้าเป็นรุนแรง อาจปวดนานเป็นวันๆหรือสัปดาห์ก้ได้ผู้ป่วยบางรายอาจมีปวดตื้อๆสลับกับปวดตุ๊บๆในสมองก็ได้

3. อาการปวดศีรษะมักรุนแรง และส่วนมากจะมีการคลื่นส้ หรืออาเจียรร่วมด้วยเสมอ โดยอาจเป็นขณะปวดศีรษะ ก่อนหรือหลังปวดศีรษะก็ได้ บางรายมีอาการคลื่อนไส้อาเจียมากจนรับประทานอะไรไม่ได้

4.อาการนำจะเป็นอาการทางสายตา โดยจะมีอาการนำมาก่อนปวดศีรษะราว 10-20 นาที เช่น เห็นแสงเป็นเส้นๆ ระยิบระยับ แสงจ้าสะท้อน หรือเห็นภาพบิดเบี้ยวนำมาก่อน

สำหรับปัจจัยที่ทำให้โรคไมเกรนเป็นมากขึ้นก็มีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น ภาวะเครียด การอดนอน การขาดการพักผ่อน หรือทำงานมากเกินไป ขณะมีระดู หรือรับประทานยาคุมกำเนิด การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ นอกจากนี้ อาหารบางชนิดเช่น กล้วยหอม เนยแข็ง และช็อกโกแลตก็ช่วยกระตุ้นเช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไมเกรนจึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาวะต่างๆเหล่านี้ ผู้ป่วยทุกคนต้องสังเกตตัวเองว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นการเกิดไมเกรนในตนเอง เพื่อจะหลีกเลี่ยงและแก้ไข ได้ตรงจุด

วิธีรักษา

การปวดศีรษะจากโรคไมเกรน(MIGRAINE) นี้ มักรักษาไม่หายด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอลธรรมดา ยาที่ได้ผลดีคือ ยาแก้ปวดแอสไพริน ขนาด 2 เม็ด ในขณะปวด แต่ข้อระวัง ห้ามรับประทานแอสไพรินในขณะท้องว่าง และผู้ป่วยโรคแผลในกระเพาะอาหารห้ามรับประทานแอสไพรินเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเลือดออกในกระเพาะได้มากๆ และอาจทำให้ถึงแก่กรรมได้ ในผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโรคกระเพาะหรือไม่ ให้รับประทานยาเคลือบกระเพาะ อาหารหรือนมร่วมด้วย ก็จะป้องกันการระคายเคืองของแอสไพรินต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารได้

การป้องกัน

ในผู้ป่วยโรคไมเกรนที่นานๆ เป็นครั้ง เช่น ปีละ 2-3 หน ไม่จำเป็นต้องกินยาป้องกัน แต่อย่างใด แต่ถ้าผู้ป่วยโรคไมเกรน ที่เกิดอาการปวดศีรษะบ่อยๆ เช่น เกือบทุกสัปดาห์หรือทุกวัน จำเป็นต้องได้รับการป้องกันโดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมให้เกิดดังกล่าวแล้ว ในกรณีที่ไม่มีปัจจัยส่งเสริมดังกล่าวอาจจำเป็นต้องให้ยาป้องกันซึ่งแบ่งได้หลายชนิด เช่น ERGOT ALKALOIDS เป็นยาป้องกันมิให้หลอดเลือดในสมองขยายตัว BATA BLOCKER, CALCIUM CHANNEL BLOCKER, ANTIDEPRESSANT, SEROTONIN ANTAGONIST และ BOTULINUM TOXIN PROPHYLACTIC INJECTION ซึ่งยาในกลุ่มดังกล่าว เป็นยากลุ่มอันตรายและมีผลข้างเคียงทุกชนิด จำเป็นต้องให้แพทย์ เป็นผู้สั่งให้และรับประทานตามกำหนด ในช่วงเวลาจำกัด การซื้อใช้เองอาจเกิดผลร้ายได้

คุณเป็นไมเกรนอยู่หรือไม่?

ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info

ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน

(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด)

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

บทความอื่นๆ