chicministry
Mon, 02 Dec 2013 20:15:00 GMT

มา…ไม่มา…ปัญหาประจำเดือน



ประจำเดือน

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนจะลำบาก เรื่องสุขภาพของสาวๆ ที่ต้องเผชิญอยู่ตลอดๆ แทบทุกเดือนก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เป็นประจำๆ อย่างประจำเดือนนั่นล่ะค่ะ ที่เดี๋ยวก็มามาก มาน้อย บางทีก็ไม่มา รึไม่ก็มาบ่อยเกินไป

ก่อนอื่นต้องบอกสาวๆ ก่อนว่าภาวะของประจำเดือนในแต่ละคนนั้นจะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ โดยปกติแล้ว หนึ่งรอบเดือนตามปกติจะกินเวลาโดยเฉลี่ย 28 วัน วงรอบของประจำเดือนเกิดขึ้นโดยมีฮอร์โมนจากรังไข่มาควบคุมมดลูกแล้วรังไข่ถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนที่สร้างจากสมอง หากมีอะไรไปรบกวนระบบฮอร์โมนนี้อาจทำให้รอบเดือนคลาดเคลื่อนไปได้ ที่พบบ่อยๆ เช่น ความเครียด อดนอน พักผ่อนไม่พอ อ้วนขึ้นหรือผอมลง เจ็บป่วย ไม่สบาย หรือการรับประทานยาบางอย่างก็เป็นเหตุทำให้รอบเดือนมาเร็วขึ้นหรือยืดออกไปได้

กรี๊ดดด เดือนนี้ไม่มา ทำไงดี?
ก็คงเถียงไม่ได้ว่านี่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ บางคนแน่ๆ ก่อนอื่นขอให้ตั้งสตินับวันเวลาที่เกิดเหตุ เอ๊ย … วันที่เวลาของรอบเดือนที่แล้วก่อน ให้นับจากวันที่เริ่มมีประจำเดือนเป็นวันแรกแล้วดูว่าครบรอบประมาณ 24 – 35 วันหรือไม่

จากนั้นสำรวจตัวเองว่าเราทานยาอะไร อาหารเสริมตัวไหน ที่จะมีผลกระทบกับฮอร์โมนหรือเปล่า (โดยเฉพาะยารักษาสิวเนี่ย ตัวดีเลย) แล้วช่วงนี้เครียดเรื่องอะไรมากไหม? กินได้ นอนหลับไหม?

ความเครียดเนี่ยตัวดีเลยนะคะ เพราะนอกจากจะส่งสัญญาณไปยังสมองแล้วยังทำให้ระบบของร่างกายรวนเรไปเสียหมด รวยไปถึงระบบสืบพันธุ์ด้วย เพราะเมื่อเกิดความเครียดต่างๆ การควบคุมการตกไข่จะไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่มีการตกไข่หรือบางครั้งก็ตกไข่ที่ไม่สมบูรณ์ออกมา

ผลที่เกิดขึ้นก็คือประจำเดือนอาจจะเลื่อนออกไปหรือไม่มาก็ได้ บางคนมีอาการคลื่นไส้โอ้กอ้ากอยู่ตลอดๆ แถม นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ ประกอบกับประจำเดือนไม่มาอีก พาลเอาคิดมากกันไปใหญ่ จริงๆแล้วอาการเหล่านี้เกิดจากความเครียดล้วนๆ ล่ะค่ะ

เพราะฉะนั้นคำว่าประจำเดือน จึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาทุกเดือนนะคะ เดือนไหนที่ประจำเดือนไม่มาสมชื่อล่ะก็ อาจะเป็นไปได้ว่าคุณมีภาวะปกติของร่างกาย ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของฮอร์โมน หรือไม่ก็สุขภาพร่างกายก็เป็นได้

มานานไปไหม เลือดจะหมดตัวหรือเปล่า?
บางคนมีประจำเดือนที่ยาวนานกว่าชาวบ้าน ถือเป็นเวรเป็นกรรมที่ต้องทั้งทรมานกับอาการเจ็บปวดระหว่างมีประจำเดือน และการรำคาญไม่สบายเนื้อสบายตัว แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ประจำเดือนเป็นเรื่องของแต่ละคนแต่ละปัจจัย แต่โดยเฉลี่ยแล้วประจำเดือนจะมีระยะเวลาอยู่ที่ 3-7 วันไม่มากไม่มายไปกว่านี้แน่ๆ ค่ะ (ในกรณีที่เป็นเลือดประจำเดือนเต็มๆ นะคะ)

ส่วนใครที่เลือดมากระปริดกระปรอย อันนั้นไม่นับค่ะ แต่ก็เป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไหร่นะคะ หากมีเลือกออกกระปริดกระปรอยทั้งๆ ที่หมดประจำเดือนไปนานแล้ว ส่วนสาวๆ คนไหนที่มีประจำเดือนแบบปกติแต่นานเกิน 7 วัน และไม่มีทีท่าว่าปริมาณจะน้อยลง อันนี้ขอบอกว่าผิดปกติแน่ๆ คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกิดในมดลูกและระบบสืบพันธ์เสียแล้วล่ะค่ะ

กรณีนี้หมายถึงสาวๆ ปกติที่ไม่ใช่คุณแม่หลังคลอดหรือสาวๆ หลังผ่าตัดมดลูกนะคะ ช่วงนั้นร่างกายจะใช้เวลาปรับตัวซึ่งเป็นภาวะปกติ

ประจำเดือนผิดปกติ สัญญาณอันตราย…

สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกหรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้าหยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก

ประจำเดือน

ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆ ตามแต่กรณี แต่ที่แน่ๆ คือห้ามนิ่งนอนใจนะคะ ต้องรีบไปหาคุณหมอเสียแต่เนิ่นๆ

ตรวจภายใน สาวไทยไม่กล้า ….

ขึ้นชื่อว่าตรวจภายในสาวๆ ร้อยทั้งร้อยถ้าไม่มีปัญหาจนไม่ไหวจริงๆ ไม่มีใครยินดีไปตรวจไปทำกันบ่อยๆ หรอกใช่ไหมคะ

แหมก็มันทั้งกลัว ทั้งอาย ทั้งเจ็บนี่นา…

แล้วเราควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

จริงๆ แล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน กลุ่มที่ควรเริ่มตรวจภายในคือสาวๆ อายุมากกว่า 25 ปี ควรตรวจสักครั้ง แต่หากแต่งงานมีบุตรแล้วก็ควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองปากมดลูกปีละครั้ง ในกรณีที่อายุน้อยกว่า 45 ปี และไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก ก็สามารถเว้นช่วงห่างในการตรวจประมาณ 3 - 5 ปีต่อครั้ง

ที่แน่ๆถ้าพบว่าตัวเองมีความผิดปกติก็ตรวจสักหน่อยเถอะค่ะ ตอนนี้มีคุณหมอสาวๆที่เป็นสูตินรีแพทย์มากมาย และขนาดของเรื่องมือที่ใช้ตรวจนั้นก็ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เราคิดนะคะ แถมยังใช้เวลาตรวจไม่นานเท่าไหร่

อยากให้สาวๆ จำไว้ “ถ้าอยากหาย ต้องไม่อายหมอนะคะ” ผิดปกติเมื่อไหร่ ต้องรีบไปพบแพทย์ให้ไว แค่นี้ก็ห่างไกลโรคแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมา รึไม่มา อีกต่อไปค่ะ

Story : Daaw Chonlada

ที่มาข้อมูล : www.chicministry.com

chicministry

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

บทความอื่นๆ