Updated: Wed, 27 Jun 2012 18:09:47 GMT

รู้จักกับ ยารักษาสิว

เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ใครบ้างละจะอยากมีสิว หน้าขาวๆ เกลี้ยงๆ เนียนๆ ไม่ใช่หรือคือสิ่งที่ทุกคนฝันหา ยิ่งในปัจจุบัน


รู้จักกับ ยารักษาสิว

ยารักษาสิวก็มีมาวางขายกันอย่างเกลื่อนกลาด และคุณคือผู้หนึ่งที่ใช้ยาดังกล่าวใช่หรือไม่ หากกำลังใช้ คุณแน่ใจแล้วหรือว่ารู้จักกับยารักษาสิวดีเพียงพอแล้ว

สิว

สิว คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาวๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ

สาเหตุของสิว

มีหลายสาเหตุ เป็นที่ถกเถียงกันว่า สิวเกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัยดังนี้

- ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด

- ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้

ยารักษาสิว

Roaccutane, Acnotin เป็นชื่อทางการค้าของกรดวิตามินเอ ( isotretinoin ) ใช้รักษาสิวที่เป็นมากและรุนแรง ดื้อต่อการรักษาด้วยยาชนิดอื่นแล้ว ผลดี คือ สิวหายได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ และสงบได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างยาว เป็นเดือน หรือเป็นปี แล้วแต่ แต่ละบุคคล ผลเสีย คือ ผลข้างเคียงจากยา ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป

สำหรับกลไกการออกฤทธิ์ของยา ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เกี่ยวกับการลดการทำงานของต่อมไขมัน ขนาดของต่อมไขมันเล็กลง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของผิวหนัง เชื้อ P.acne ลดลง อาจเนื่องจากไขมันที่เป็นอาหารลดน้อยลง ซึ่งควรกินพร้อมอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายนำยาไปใช้ได้เป็นสองเท่าของตอนท้องว่าง

สิ่งที่ควรตรวจก่อนกินยา

ตรวจเลือด ดูการทำงานของตับ และระดับไตรกลีเซอไรด์ เมื่อกินยาไป 3-4 อาทิตย์ หรือ 6-8 อาทิตย์ เจาะเลือดดูไตรกลีเซอไรด์อีกครั้ง ถ้า 500 mg/dL ต้องคอยตรวจเป็นระยะๆ 700mg/dL ต้องหยุดยา และให้ยาลดไขมันเพราะ อาจมีอาการตับอ่อนอักเสบ และก้อนไขมันตามผิวหนัง

ข้อควรระวัง

-ห้ามกิน ขณะมีครรภ์ โดยเฉพาะ ช่วงท้องได้ 3 อาทิตย์ เด็กจะพิการ

-คุมกำเนิดก่อนกินยา 1 เดือน หลังหยุดยา ให้คุมกำเนิดต่ออีก 1 เดือน

-ทดสอบการตั้งครรภ์ว่า ให้ผลลบ ก่อนกินยา 2 อาทิตย์

-สำหรับผู้ชายที่กินยาตัวนี้ แล้วมีลูก จะไม่มีผลอะไรกับลูก

-ยาผ่านทางน้ำนมได้ จึงไม่ควรกินในรายที่ให้นมลูก

ผลข้างเคียงของยา

-ปากแห้ง พบเกือบทุกราย

-เยื่อบุตามช่องทวารต่างๆ แห้ง

-ผิวแห้ง ตาแห้ง ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ จมูกแห้งจนเลือดกำเดาออก เยื่อเมือกหลอดคอแห้ง ทำให้เสียงแหบ และมีอาการคัน

-ผมร่วง ผมน้อยลง สิวเห่อ ขนดก

-ผิวหน้าร้อนแดง ผิวหนังอักเสบ ผิวคล้ำขึ้นและไวต่อแสง มีตุ่มคัน ตุ่มหนอง เนื้อรอบเล็บเป็นหนอง เล็บผิดรูปร่าง เพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดตุ่ม

-ปวดกล้าม ปวดข้อ การสร้างกระดูกมากขึ้น เอ็นอักเสบ มีการจับของแคลเซี่ยมที่เส้นเอ็น มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆของกระดูก

-พฤติกรรมผิดปกติ เครียด มีอาการทางจิตเวช พยายามฆ่าตัวตาย หรือฆ่าตัวตายในผู้ป่วยบางราย ปวดศีรษะ ความดันในกระโหลกศีรษะสูงขึ้น ชัก ผู้ป่วยจิตเวชควรปรึกษาจิตแพทย์ก่อนรับประทานยา

-เห็นภาพเปลี่ยนไป กลัวแสง ลดการมองเห็นตอนกลางคืน ต้อกระจก กระจกตาอักเสบ การฟังบกพร่องในบางช่วงคลื่น

-คลื่นไส้ ลำไส้อักเสบ มีเลือดออก ตับอ่อนอักเสบ ในรายไตรกลีเซอไรด์สูง ถ้ารุนแรงอาจเป็นอันตรายกับชีวิตได้ ตับอักเสบในบางราย

-หลอดลมหดเกร็ง ในรายที่เป็นโรคหอบมาก่อน

-มีการติดเชื้อกรัมบวก

-เลือดมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวลดลง เกร็ดเลือดเพิ่มขึ้น อัตราการตกตะกอนของเลือดเพิ่มขึ้น ไขมันในเลือดสูงขึ้น แต่ไขมันตัวที่ดีกับร่างกายลดลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น กรดยูริคในเลือดสูงขึ้น ปัสสาวะมีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น มีเลือดและมีโปรตีนมากผิดปกติ

-ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ไม่ควรใช้ยาทาลอกผิว หรือลอกสิวร่วมด้วย ใช้ยาทาสิวชนิดอ่อนร่วมด้วยได้

-ไม่ควรให้ร่วมกับยาวิตามินเอ และ ยาเตตร้าไซคลิน

จะเห็นได้ว่า ผลข้างเคียงของยามีค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยา

ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info

ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

บทความอื่นๆ