Updated: Mon, 10 Sep 2012 14:46:57 GMT

รู้จักสิวให้มากขึ้น

จริงอยู่ที่เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติแต่ใครบ้างจะอยากให้ใบหน้าเขรอะสิวซึ่งวิธีที่จะสยบสิวอาจไม่ใช่การเข้าคลินิกหาหมอเพียงอย่างเดียว


รู้จักสิวให้มากขึ้น

จริงอยู่ที่เรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ใครบ้างจะอยากให้ใบหน้าเขรอะสิว ซึ่งวิธีที่จะสยบสิวอาจไม่ใช่การเข้าคลินิกหาหมอเพียงอย่างเดียว เพราะคุณควรรู้ที่มาที่ไปและการดูแลตนเองในขั้นเริ่มแรกเสียก่อน

เพ็ญพรรณ วัฒนไกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ไขความข้องใจเกี่ยวกับสิวว่า สิวเป็นโรคผิวหนังที่เริ่มพบได้บ่อยในวัยรุ่น เกิดจากสาเหตุร่วมกันคือ การอุดตันในรูขุมขนเกิดเป็น โคมิโดน(สิวเสี้ยน) การขยายขนาดและการหลั่งไขมันเพิ่มของต่อมไขมัน ร่วมกับเชื้อแบคทีเรียในขุมขนทำให้เกิด การอักเสบ เป็นตุ่มหนอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

1. กรรมพันธุ์/อายุ จะพบมากในวัยหนุ่มสาวเนื่องจาก ฮอร์โมนเพศมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน

2. ยา/เครื่องสำอางบางอย่าง เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด สบู่บางอย่าง น้ำมันแต่งผม ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน

3. การระคายเคือง เช่น การเสียดสี ถูไถ การนวดหน้า การล้างหน้า เป็นต้น

4. อารมณ์เครียด ความกังวล ทำให้สิวเห่อได้

5. อาหารบางชนิด อาจมีส่วนกระตุ้น เช่นผู้ป่วยบางรายจะสังเกตพบว่าสิวเห่อจากการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ถั่ว ของหวาน ของมันๆ ช็อกโกแลต

6. ผู้หญิงหลายคนสังเกตว่า ช่วงมีประจำเดือนสิวเห่อมากขึ้น ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

รู้จักสิวให้มากขึ้น

การปฏิบัติตน

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอางที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า

2. ล้างหน้า ฟอกสบู่อ่อนเพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะจะระคายรูขุมขนและทำให้สิวเห่อ/อักเสบ ขึ้นได้

3. หากต้องใช้เครื่องสำอางหรือโลชั่น ควรเลือกใช้ ชนิดOil-free ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (nonacnegenic) และไม่ก่อการอุดตัน (noncomedogenic)

4. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตกเอง เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง ทำให้เกิดแผลเป็นได้

5. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด หรือวิตกกังวลเกินไป

6. ถ้าเป็นสิวหัวหนอง หรือมีการอักเสบมาก ควรพบแพทย์เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นจากสิว

การรักษาสิว ผู้ป่วยควรจะเข้าใจว่า การรักษาสิวต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการขจัดการอุดตันของรูขุมขน โดยทั่วไปต้องใช้ยาอย่างสม่ำเสมอนาน 6-8 สัปดาห์ ก่อนจะเริ่มเห็นผลดีขึ้น และมักต้องใช้ยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายเดือน

รู้จักสิวให้มากขึ้น

ชนิดของยาแก้สิว

1.ยาทาช่วยลดความมันบนใบหน้าจะลดการอุดตันและการอักเสบได้บ้าง: AHA BHA แป้งน้ำ

2.ยาละลายการอุดตันและโคมิโดน เช่น ยาทากรดวิตามินเอ

3.ยาทาที่ชวยลดเชื้อแบคทีเรียในขุมขน และ ยาทาปฏิชีวนะ ในสิวอักเสบเป็นตุ่มแดง: benzoyl peroxide, clindamycin

4.ยารับประทาน ควรใช้กรณีมีสิวอักเสบมาก หรือมีแผลเป็น โดยยาที่ใช้มักเป็นยากลุ่มปฏิชีวนะ, ยารับประทานวิตามินเอสังเคราะห์ เป็นต้น เนื่องจากยารับประทานรักษาสิวมักจะต้องใช้ติดต่อเป็นเวลาหลายเดือน และพบผลข้างเคียงได้ ดังนั้นควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งการรักษา การใช้ยาทารักษาสิว

ยาทาสิวเกือบทุกชนิดอาจทำให้เกิดอาการผิวแดง แห้ง ลอกเล็กน้อยในระยะแรก ขณะที่บางคนอาจมีสิวเห่อขึ้นได้ในระยะแรก

1. อย่าทายาทันทีหลังล้างหน้าใหม่ๆ ควรรอ 20-30 นาที ให้ผิวแห้งก่อนจะช่วยลดอาการระคายเคืองจากยา

2. ใช้ยาปริมาณเพียงเล็กน้อยทาทั่วบริเวณที่เป็นสิวหลีกเลี่ยงบริเวณผิวอ่อนๆ เช่น ขอบตา, ข้างจมูก, มุมปาก

3. อาจทายาเพียง 30 นาที-1 ชั่วโมงแล้วล้างออกค่อยๆเพิ่มเวลาขึ้นช้าๆ จนไม่เกิดปัญหาการระคาย

4. หากผิวแห้งหรือระคายสามารถใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (nonacnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน (non comedogenic) ตามแพทย์แนะนำ

ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info

ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน

(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด)

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

  • เมล็ดมะขาม

    มะขามกวน มะขามเปียก มะขามหวาน หรือว่าจะเป็นครีมทาหน้าจากเนื้อมะขาม ล้วนเป็นสารพัดประโยชน์ที่ได้จากผลไม้ขึ้นชื่อแห่งเมืองเพชรบูรณ์...

  • ยาอันตราย

    ขึ้นชื่อว่า “ยา” ใครว่าดีต่อร่างกายเสมอไป หากคุณเป็นคุณแม่มือใหม่ ยาบางตัวก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย...

  • อาการร่างแหลก

    เดี๋ยวนี้มนุษย์เงินเดือนต่างก็เป็นโรคยอดฮิตนั่นก็คือ ออฟฟิสซินโดรม แต่เราจะรู้ได้ยังไงกันล่ะว่าเรากำลังเป็นโรคออฟฟิสซินโดรมสุดฮิตอยู่รึเปล่า...

บทความอื่นๆ