Updated: Wed, 21 Nov 2012 17:36:35 GMT

เจ็บแน่นหน้าอก ฉันเป็นอะไร

เดินๆ อยู่ เอ๊ะ ทำไมรู็สึกเจ็บหน้าอก อาการข้างต้น หลายคนอาจเคยพบเจอ แต่คุณกำลังมองข้ามความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนั้นใช่หรือไม่


เจ็บแน่นหน้าอก ฉันเป็นอะไร

เดินๆ อยู่ เอ๊ะ! ทำไมรู็สึกเจ็บหน้าอก

อาการข้างต้น หลายคนอาจเคยพบเจอ แต่คุณกำลังมองข้ามความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนั้นใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าอาการเหล่านี้หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจลุกลามไปกันยกใหญ่เลยก็ว่าได้

สถาบันหัวใจ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เผยว่า อาการเจ็บแน่นหน้าอก เพราะเป็นอาการอย่างหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่า คุณอาจต้องเผชิญกับโรคต่างๆ มากมาย โดยในปัจจุบันมีผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งการมาพบแพทย์คุณควรอธิบายลักษณะอาการให้แพทย์ทราบโดยละเอียดว่า มีการเจ็บแน่นลักษณะใด เช่น แน่นหนักๆ คล้ายของหนักทับ, เจ็บแหลมๆ แปล๊บๆ หรืออื่นๆ มีอาการเกิดขึ้นบริเวณใด เกิดขึ้นในขณะใด ขณะทำงาน ขณะออกกำลังกาย หรือขณะนั่งเฉยๆ เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้วทำอย่างไรจึงดีขึ้น อาการเจ็บแน่นร้าวไปที่ใดหรือไม่ เช่น กราม แขน ขา ระยะเวลาในการเกิดอาการแต่ละครั้งนานเท่าไร รวมทั้งมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้มีอาการมากขึ้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วขึ้น

ในขั้นตอนต่อไปแพทย์จะรีบตรวจร่างกายและทำกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) อย่างเร่งด่วน เพื่อวินิจฉัยว่าอาการเจ็บแน่นหน้าอกเกิดจากอะไร เพราะอาการนี้เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยในหลายกรณี เช่น ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, โรคปอด, โรคระบบทางเดินอาหาร, โรคกระดูกและกล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบ, โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ รวมทั้ง โรคผนังเส้นเลือดแดงใหญ่ แตกเซาะ

เจ็บแน่นหน้าอก ฉันเป็นอะไร

นอกจากการตรวจ EKG แล้ว การตรวจที่มีความสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง คือการตรวจเลือดหาสาร CK-MB (Creatine kinase MB isoenzyme) หรือสาร Cardiac troponins T and I ซึ่งจะตรวจพบสารนี้ได้หลังจากเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การที่แพทย์สามารถตรวจพบสารดังกล่าวได้เร็วและมีความจำเพาะกับโรคจะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้รวดเร็ว ในบางครั้งอาจจะใช้ภาพถ่าย X-ray หรือเครื่องภาพสะท้อนเสียงหัวใจ (Echocardiography) ช่วยในการวินิจฉัย ทำให้ประเมินวิธีการรักษาได้อย่าง แม่นยำมากขึ้น

สำหรับการรักษานั้น ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตต่ำ ช็อก หรือจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติรุนแรง จำเป็นต้องรีบนำไปรักษาในห้องผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจ (CCU) ซึ่งมีการเฝ้าระวังคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) อยู่ตลอดเวลา หากพบว่า EKG มีลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จำเป็นต้องรีบเร่งให้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic agents) หรือการถ่างขยายเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้วยบอลลูน ร่วมกับการใส่ขดลวดค้ำยันการตีบซ้ำ (Percutoneous Coronary Interventions with Stents) หรือบางกรณีอาจจะต้องผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ (Coronary artery bypass surgery) ส่วนในผู้ป่วยที่พบว่า EKG มีลักษณะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไม่รุนแรง อาจรักษาโดยการใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant agents) ร่วมกับยาต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด (Antiplatelets agents) และยาอื่นๆ ช่วยในการรักษา

หลังจากได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว ก็ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะโรคนี้อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ดังนั้นจึงควรประเมินสมรรถภาพการทำงานกล้ามเนื้อหัวใจก่อนจะออกจากโรงพยาบาลหรือหลังออกจากโรงพยาบาลในระยะแรกๆ ด้วยวิธีการวิ่งสายพานทดสอบสมรรถภาพหัวใจ หรือ อาจทดสอบด้วยเครื่องภาพสะท้อนเสียงหัวใจ (Echocardiography) ถ้าประเมินดูแล้วมีหลักฐานชี้ว่ายังมีเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันรุนแรงอีก ก็อาจจะต้องทำการการฉีดสีสารทึบแสงที่เส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป

รู้จักป้องกัน

ปัจจุบันอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลันมีลำดับความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ยากต่อการวินิจฉัย และการรักษา รวมทั้งเมื่อหายแล้วก็ยังมีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นอีกครั้ง และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูงดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคจึงมีความสำคัญมาก ส่วนวิธีการป้องกันนั้น เพียงแค่ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจ เช่น ควบคุมความดันโลหิต, ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือด, งดการสูบบุหรี่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายได้

เจ็บแน่นหน้าอก ฉันเป็นอะไร

ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info

ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน

(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด)

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

บทความอื่นๆ