ลองมาดูความเข้าใจผิดๆ ที่เป็นปัญหายอดฮิต 5 ประการ

ตระเวนเที่ยวโปรดอย่าลืมยา

แต่ทว่าเจ้ากระเป๋าใบเบ้อเริ่มของคุณมีที่ว่างพอสำหรับหยูกยาที่ควรตระเตรียมขณะออกเที่ยวแล้วหรือยัง หากแต่ว่าคุณๆ นักท่องเที่ยวจะไม่แน่ใจว่าควรหยิบยาอะไรไป วันนี้อีแมกกาซีนมีคำตอบ
ภญ.จินตนา แสงโพธิ์ จากโรงพยาบาลภูเขียว เผยว่า ยาที่ทุกคนควรพกติดกระเป๋าไปเที่ยวด้วยนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งนัก เพราะบางครั้งระหว่างทาง คุณอาจไม่ได้พบกับร้านขายยา ซึ่งแน่นอนว่า ผลร่ายที่เกิดกับร่างกายจะทำให้การออกเที่ยวหมดสนุดไปได้อย่างแน่นอน
ยาสามัญประจำบ้านที่ควรพกติดเป้ไปท่องเที่ยว
1. ยาเม็ดแก้เมารถ เมาเรือ ไดเมนไฮดริเนท
เป็นยาในกลุ่มแอนตี้ฮิสตามีนออกฤทธิ์โดยตรงที่อวัยวะควบคุมการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเมารถ เมาเรือ วิธีใช้เพื่อป้องกันอาการเมารถ เมาเรือ ในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที ไม่ควรรับประทานเมื่อมีอาการแล้ว เพราะยาจะปนออกมากับอาเจียนโดยที่ไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย
ยานี้เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้เกิดอาการง่วงซึม ดังนั้น ไม่ควรขับขี่ยานยนต์ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล
2. ยาเม็ดบรรเทาปวด ลดไข้ พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม
ใช้สำหรับลดไข้ หรือบรรเทาอาการปวด ให้รับประทานทุก 4 หรือ 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ในขนาด...
- ผู้ใหญ่ ให้รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด
- เด็กอายุ 6-12 ปี ให้รับประทานครั้งละ 1/2-1 เม็ด
- ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 5 ครั้ง และเมื่อหายจากอาการปวดหรือไข้แล้วให้หยุดยา ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเกิน 5 วัน และห้ามใช้ยานี้รักษาอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหนัก
3. ยาเม็ดแก้แพ้คลอร์เฟนิรามีน
บรรเทาอาการแพ้หรือลมพิษที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ขนาดและวิธีใช้ของยานี้ คือ รับประทานยาทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ
- ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 12 เม็ด
- เด็กอายุ 6-12 ปี ให้รับประทานครั้งละ 1 เม็ด และไม่เกินวันละ 6 เม็ด
- ยานี้อาจทำให้ง่วงซึม จึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถ การทำงานกับเครื่องจักรกล

4. ผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส)
สรรพคุณของยาตำรับนี้ จะช่วยทดแทนการเสียน้ำในรายที่มีอาการท้องเสีย หรือในรายที่อาเจียนมาก และป้องกันการช็อคเนื่องจากร่างกายขาดน้ำ วิธีใช้ คือ ละลายยาในน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ประมาณ 250 มิลลิลิตร (1 แก้ว) ให้ดื่มมาก ๆ เมื่อเริ่มมีอาการท้องร่วง ถ้าถ่ายบ่อยให้ดื่มบ่อยครั้งขึ้น ถ้าอาเจียนด้วยให้ดื่มทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง
เด็กอายุมากกว่า 2 ปี-ผู้ใหญ่ ให้ดื่ม 1 แก้ว ต่อการถ่ายอุจจาระ 1 ครั้ง หรือตามความกระหาย
เด็กอ่อน-เด็กอายุ 2 ปี ให้ดื่มทีละน้อย สลับกับน้ำเปล่าประมาณวันละ 3 ซอง หรือมากพอที่ผู้ป่วยต้องการ และดื่มต่อไปจนกว่าอาการจะดีขึ้น
5. ยาเม็ดลดกรดอะลูมินา-แมกนีเซีย
ประกอบด้วยตัวยาอะลูมิเนียมไฮดร็อกไซด์ และ แมกนีเซียมไฮดร็อกไซด์ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วยาจะไปเจือจางกรดในกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารมาก หรือมีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้
การรับประทานให้รับประทานยาครั้งแรกเมื่อมีอาการปวดท้อง หรือจุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ โดยเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน พร้อมด้วยน้ำสัก 1-2 แก้ว หากอาการยังไม่หาย ก็ให้รับประทานต่อ โดยรับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง หรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง แล้วแต่สะดวก
6. ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง
มีตัวยาที่เป็นสารระเหยง่าย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ได้แก่ เมธิลซาลิซิเลต การบูร เมนธอล น้ำมันกานพลู ยูคาลิปตัส น้ำมันสน เป็นต้น มีสรรพคุณทำให้ผิวหนังระคายเคือง ทำให้บริเวณที่ทายามีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ผิวหนังจะมีสีแดง และรู้สึกร้อนขึ้น เลือดมีการหมุนเวียนดี กล้ามเนื้อคลายตัว จึงทำให้บรรเทาอาการปวดได้ และยังมีสรรพคุณเป็นยาชาเฉพาะที่ ทำให้ลดความเจ็บปวด และลดอาการคันได้ด้วย
ใช้ทาและนวดบริเวณที่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวดบวม คัน เนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ โดยทั่วไปใช้ทาวันละ 3-4 ครั้ง

7. ยาใส่แผล โพวิโดน-ไอโอดีน
ใช้เมื่อเกิดแผลถลอกหรือแผลมีเลือดออก สิ่งสำคัญที่สุด คือ การห้ามเลือด และการทำความสะอาด โดยการทำความสะอาดแผลสามารถทำได้ด้วยการใช้สบู่และน้ำ หรือใช้น้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวล้างบริเวณแผล เพื่อชำระสิ่งสกปรก
ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info
ติดตามบทความ สุขภาพ หรืออ่าน แมกกาซีน
(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด)
ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info
บทความเพิ่มเติมในหมวด สุขภาพ
- STOP IT OR RISK IT! หยุดความเชื่อผิดๆ เพื่อสุขภาพ
- Abdominal Pain ปวดท้อง ต้องใส่ใจ
- ประโยชน์ของ Vitamin B ที่ไม่ควรมองข้าม
- อาหารบําบัดดวงตาอ่อนล้าจากคอมพิวเตอร์
- สุขภาพดี เริ่มจากการนอน(หลับ)
- เสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อสุขภาพที่ดี
- หนุ่มใหญ่ริมีกิ๊ก เสี่ยงสารพัดโรค
- สารพัดโรคตาที่คุณต้องรู้
- เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อสุขภาพที่ดี
- อะไรนะ…หูตึง!!





