Updated: Thu, 20 Oct 2011 17:19:40 GMT

แผลเป็นก็หายได้

ถ้าพูดถึง "œแผลเป็น" หลายคนคงส่ายหน้าแล้วร้องยี้ เพราะไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับส่วนใดของร่างกาย สิ่งนี้ก็จะสร้างความด่างพร้อยให้ทั้งกายและใจ


แผลเป็นก็หายได้

ถ้าพูดถึง "แผลเป็น" หลายคนคงส่ายหน้าแล้วร้องยี้ เพราะไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับส่วนใดของร่างกาย สิ่งนี้ก็จะสร้างความด่างพร้อยให้ทั้งกายและใจ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เจ้ารอยแผลเป็นก็สามารถหายหรือจางลงได้ ถ้าเรารู้จักกับวิธีรับมือ


อาชีพหนึ่งที่ต้องเสี่ยงกับอันตราย จนอาจทำให้ร่างกายต้องมีรอยแผลเป็นเต็มตัวทั้งจากการฝึกและออกภาคสนามก็คือ ทหาร ซึ่งถ้าสังเกตกันดูดีๆ ทหารหญิงสมัยนี้กลับมีผิวเนียนกริ๊บ แล้วพวกเธอมีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้ไร้รอยแผลเป็น วันนี้เรามีคำตอบนั้นมาให้คุณ


แผลเป็นคืออะไร
แผลเป็นคือ ร่องรอยที่เหลืออยู่จากการหายของ ซึ่งเป็นขบวนการซ่อมแซมที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกายตามธรรมชาติ แผลเป็นเหล่านี้อาจเกิดจากอุบัติเหตุ โรคบางชนิด เช่น สิว อีสุกอีใส หรือแผลจากการผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้วแผลที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลานานในการหาย โอกาสที่จะเป็นแผลก็มีมากขึ้น โดยทั่วไปแล้วแผลเป็นจะเห็นชัดในระยะแรกและค่อยๆ จางลง โดยใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนหรือปี ซึ่งการที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่ก็อาจขึ้นอยู่กับสีผิว ความเรียบ ความลึก ความยาว และความกว้างของแผลเป็นนั้นๆ ในคนที่อายุน้อยการซ่อมแซมมักจะดีกว่า ทำให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าแผลเป็นในคนอายุมาก


สาเหตุของแผลเป็นที่พบบ่อย
1. หลังผ่าตัดต่างๆ
2. หลังการปลูกฝี ฉีดวัคซีน
3. หลังการเกิดสิวอักเสบ เช่น อก ไหล่ หลัง
4. หลังการเจาะรูหู
5. หลังจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม มีดบา
6. แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
7. แผลจากรอยสัก

วิธีรักษา
- การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบลง โดยจะต้องฉีดหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5 - 1 cc ห่างกันประมาณเดือนละ 1 ครั้งจนกว่าแผลจะแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันในแต่ละแผลเป็น ถ้าแผลเป็นมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้เวลา เพื่อกำจัดริ้วรอยแผลเป็นต้องอดทน

- การผ่าตัด และการฉายแสง ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับแผลที่มีความกว้างไม่มากนักพอเย็บได้

- การขัดหน้า เทคนิคนี้ใช้ได้ผลดีกับแผลเป็นจากสิว แผลเป็นจากอีสุกอีใส แผลเป็นจากรอยผ่าตัด กระชนิดลึก และรอยเหี่ยวย่น แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงจากการ ขัดหน้าคือ บริเวณที่ทำอาจดำและแดงได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะหายไปภายใน 3 เดือน ผู้ได้รับการรักษาต้องพยายามเลี่ยงแสงแดดเป็นเวลา 3-6 เดือน

- การฉีดคอลลาเจน เหมาะสำหรับแผลเป็นที่มานานและรักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยได้ผลข้างเคียง คือผู้ป่วยอาจแพ้ได้และผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก 6-12 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายได้

- การปิดด้วยแผ่นซิลิโคนเจลแผ่น (Silicone gel sheet) สำหรับปิดที่แผลเป็นแบบปูดนูนมีข้อดี คือ ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายและไม่เจ็บอะไรแต่ผลยังไม่แน่นอนนัก แต่ข้อเสีย คือ ราคาแพง และในบางตำแหน่งก็ใช้ค่อนข้างยาก เช่น ที่ใบหน้า เป็นต้น

- เจลลดรอยแผลเป็น ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญจากสมุนไพรธรรมชาติมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่มากผิดปกติจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นนูนรวมทั้งยังลดการอักเสบการบวมแดงของเนื้อเยื่อแผลเป็นช่วยให้แผลเป็นนุ่มแล้วเรียบขึ้น


- สำหรับวิธีแบบบ้านๆ ด้วยการใช้สมุนไพรก็สามารถใช้บัวบก ซึ่งประกอบด้วยสารเอเซียติโคไซด์ กรดเอเซียติก และกรดแมดิแคสซิค หรือสารแมดิแคสซอลที่มีฤทธิ์ในการช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็ว โดยให้นำใบสดมาต้มกับน้ำดื่มแก้ช้ำในและกระหายน้ำ ส่วนการใช้ยาภายนอกให้ใช้ใบสด 1 กำมือ มาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำทาบริเวณแผล ก็จะทำให้แผลหายสนิทและลดการเป็นแผลเป็นชนิดรอยนูน

ที่มาข้อมูล : www.e-magazine.info

ข้อมูลโดย : www.e-magazine.info

บทความเพิ่มเติมในหมวด ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ

บทความอื่นๆ