
แม้อุ้มจะบอกว่าเธอไม่ได้เป็นคนชอบสะสมของ ทั้งยังชอบให้บ้านดูเรียบโล่งมากที่สุด แต่ท่ามกลางความโล่งน้อยชิ้นนั้น นั่นเป็นเพราะมุมมองที่ใส่ใจกับคุณค่าของเล็กๆ น้อยๆ ใกล้ตัวนั่นเอง
1. ม้านั่ง
ตัวนี้พ่อคิดเอง ทําเอง แล้ววันหนึ่งก็แบกมาให้ที่บ้าน บอกว่า อ่ะ เอามาให้ เป็นม้านั่งที่หล่อปูนเองและประกอบเข้ากับไม้เก่า อุ้มว่ามันเท่มากเลย



2. กล้องฟิล์มและเครื่องฉายหนัง
จริงๆ แล้วอุ้มโตมากับอุปกรณ์ไฟฟ้าแปลกๆ ที่แม่ซื้อมาจากเยอรมนีและญี่ปุ่นตลอดเลยนะ โดยเฉพาะกล้องฉายหนังของแม่ที่มักจะถ่ายอุ้มกับพี่สาวแล้วมาเปิดฉายให้ดูอยู่บ่อยๆ แล้วตอนนี้ยังรู้สึกสนใจในกล้องฟิล์มดีไซน์แปลกด้วย นอกจากสวยเท่แล้ว บางทีคนเห็นกล้องก็ทําหน้าประหลาด ช่วยให้เราถ่ายภาพได้สนุก หรือเกิดบทสนทนาต่ออีกมากมาย อุ้มว่าฟิล์มหรือหนังพวกนี้เป็นเรื่องโรแมนติกนะ ไม่ฉาบฉวยเหมือนดิจิตอล และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้วัฒนธรรม บางอย่างก็เหมือนความทรงจําดีๆ

3. Cook Book
อุ้มอยู่กับยาย ก็เลยติดเรื่องทําอาหารมาด้วย ถึงได้ซื้อหนังสือแนว Cook Book อยู่ตลอด เวลานอนก็หยิบมาอ่าน กลายเป็นการทําสมาธิก่อนนอน อ่านแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเลย หลายๆ เล่มเป็นภาษาญี่ปุ่น อุ้มเลยต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่น ซึ่งก็พออ่านได้บ้างแต่ไม่ได้เก่งมาก มีเล่มหนึ่งชอบมากเป็นของ Julia Child ที่วงการอาหารเคารพและได้รางวัลด้วย อุ้มลองทําตามหลายสูตรแล้ว

4. เครื่องทํากาแฟ
ตอนทําหนังสือ Cafe Culture แล้วอุ้มรู้สึกสนุกกับกาแฟมากขึ้น ทําให้ได้มีช่วงเวลาที่ละเลียดกับการค่อยๆ บดกาแฟ แล้วชงเอง เพื่อรื่นรมย์กับรสชาติ แล้วยังได้ลองกาแฟหลากหลายประเภท แต่ท้ายสุดก็ชอบเครื่องทํากาแฟนี้มาก เพราะช่วยกรองกากไปได้เยอะทําให้รสกาแฟอ่อนลง การดื่มกาแฟสําหรับอุ้มเลยกลายเป็นเหมือนพิธีกรรมในยามเช้า

5. วงแหวนทิชชู
ตอนเห็นชิ้นนี้ที่ลอนดอนครั้งแรกอุ้มนึกว่าเป็นกําไล แต่ก็รู้สึกว่าน่าจะใหญ่เกินไป พอเห็นชื่อศิลปินพร้อมกับกล่องใส่อย่างดี อุ้มถึงรู้ว่าเป็นที่ใส่ทิชชู ทําให้รู้สึกอัศจรรย์ใจมาก ต้องบอกว่าดีไซเนอร์เก่งจริงๆ ที่ทําให้ที่ว่างกลายเป็นกล่องจําลอง อารมณ์เหมือนประตูวิเศษของโดเรม่อน ซึ่งเป็นไอเดียที่เจ๋งมากๆ
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Home & Decor








