Updated: Tue, 13 Mar 2012 19:12:44 GMT

ปลอดภัยจริงไหม ถ้ามีใจเดียว

ถ้าถามว่าปลอดภัยแค่ไหนกับการมีเพศสัมพันธ์กับคนรักเพียงคนเดียว ตอบได้เลยว่าปลอดภัยจากโรคร้ายแน่นอนค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเต็ม 100%


เพราะยังมีโรคอื่นๆ ที่คุณต้องระมัดระวังไม่แพ้กัน การมีความสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องคุมกำเนิดเท่านั้นแต่การติดโรคก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้หญิงทุกคนต้องศึกษาไว้ค่ะ

ปลอดภัยจริงไหม ถ้ามีใจเดียว


การติดเชื้อแบคทีเรียโดยส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีเพศสัมพันธ์แบบเปลี่ยนคู่นอนไปบ่อย สำหรับผู้หญิงที่คนรักแอบลักลอบมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นก็มีโอกาสสูงในการติดโรคทางเพศสัมพันธ์มาด้วยค่ะ คุณอาจบอกได้ว่ามันเป็นเรื่องของความไว้ใจและคุณมั่นใจในตัวเขามากพอ แต่เรื่องแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคะ และหากมันเกิดขึ้นคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่เดินเข้ามาสารภาพกับคุณแต่โดยดีว่าเขาพลาดท่าเสียทีมีความสัมพันธ์กับใครที่ไม่ใช่คุณเป็นแน่ และนี่ถือเป็นเรื่องที่รุนแรงที่สุดก็ง่ายได้ถ้าบังเอิญคุณติดโรคร้ายเหล่านี้ขึ้นมา

1. หนองในแท้

หนองในชนิดนี้มีระยะฟักตัวสั้น สัมผัสเชื้อ 2-4 วันก็จะมีอาการค่ะ สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบน้อยไปถึงมาก คือผู้ป่วยร้อยละ 50 ไม่มีอาการเลย ส่วนอีกร้อยละ 50 ก็จะมีอาการตั้งแต่ต่อมบาร์โธลินบวมเป็นก้อนหนอง มีการอักเสบบริเวณปากมดลูก อักเสบบริเวณท่อปัสสาวะเวลาปัสสาวะจะแสบ ตกขาวเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น เป็นต้น แต่จะมีผู้ป่วยร้อยละ 15-20 ที่การติดเชื้อลามจากช่องคลอดเข้าไปโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกอักเสบ รังไข่อักเสบ ท่อรังไข่อักเสบ อักเสบในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนหนองในท้อง ซึ่งถ้าเป็นแล้วจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่นปวดท้องรุนแรง ต้องผ่าตัดด่วน

สุดท้ายที่รุนแรงที่สุดคือสู่กระแสเลือดด้วย อาการก็คือช็อกไข้สูง หนาวสั่น อาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว หรือมีข้ออักเสบร่วมด้วย และอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ซึ่งพวกนี้จะได้รับการวินิจฉัยได้ด้วยอาการ และเอาลักษณะตกขาวหรือเมือกไปย้อมเชื้อ หรือแม้แต่การเจาะเลือดการรักษาก็จะทำได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ และ/หรือรับประทานยาต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ค่ะ

2. หนองในเทียม (คลามีเดีย)

คล้ายกับหนองในแท้ เพียงแต่เชื้อแบคทีเรียคนละตัวกันค่ะ หนองในเทียมจะไม่มีอาการเฉียบพลันเหมือนหนองในแท้ แต่จะเป็นประเภทซ่อนเร้น เมื่อติดเชื้ออาจมีอาการเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง เช่น ตกขาวเหม็น เป็นหนอง หรือว่ามีตกขาวไม่หายสักที หรือเคยมีประวัติเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เพราะปากมดลูกมีแผลอักเสบ ต้องตรวจภายในถึงจะเจอ เนื่องจากอาการไม่เยอะ ผู้หญิงบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเป็นตกขาวธรรมดาแล้วไม่ได้เข้ารับการรักษา

3. ซิฟิลิส

ร้อยละ 95 มาจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์แน่นอน ใช้ระยะเวลาฟักตัวนาน 3 สัปดาห์ แต่จะแพร่เชื้อได้มากที่สุดในปีแรก เช่น เรารับเชื้อมาในหนึ่งปีแรกแล้วไปมีคู่นอนต่อหลายคนก็แพร่เชื้อได้มากที่สุดค่ะ

ระยะที่ได้รับเชื้อใหม่ ๆ อาการที่อวัยวะเพศจะชัดเจนหลังจากรับเชื้อมา 2-4 สัปดาห์ จะมีแผลขึ้นที่อวัยวะเพศ แต่แผลจะแตกต่างจากแผลทั่วไปตรงที่เป็นแผลริมแข็งไม่เจ็บ สามารถขึ้นที่อวัยวะเพศทุกชนิดที่มีการสัมผัสในขณะร่วมเพศ ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเพศเรา รูทวาร และถ้ามีออรัลเซ็กซ์ก็จะมีที่ริมฝีปาก ลิ้น ทอนซิล หรือแม้แต่นิ้วมือ

ระยะ 3-8 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ถ้าเราปล่อยเอาไว้ก็จะเข้าสู่ระยะนี้ซึ่งมีอาการทางระบบร่างกายทั้งหมด เพราะมันเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว มีอาการคล้ายเป็นหวัด มีไข้ เจ็บคอมีน้ำมูก ปวดหัว อาจมีผื่นขึ้นตามตัวแต่ไม่คัน อาจมีตุ่ม สีน้ำตาลที่อวัยวะเพศ บางคนมีปื้นแดงอยู่ในช่องคลอดต่อมน้ำเหลืองโต บางคนผมร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือร่วมทั้งศีรษะ ซีด มีภาวะโลหิตจาง

ระยะที่สาม เกิดกับระบบร่างกายทั่วไป จะมี Gumma ซึ่งเป็นก้อนของโรคเกิดตามที่ต่าง ๆ ตามผิวหนัง กระดูก จะพบหลังติดเชื้อ 3-10 ปี หากพบก็หมายความว่าแย่แล้ว แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครมีอาการถึงระดับนี้ค่ะ

4. แผลริมอ่อน

เกิดจากแบคทีเรีย Haemophilus Ducreyi ใช้เวลาฟักตัว 4-7 วัน คนไข้จะไม่ค่อยมีอาการทางระบบร่างกาย แต่จะเป็นแผลขึ้นบริเวณอวัยวะเพศที่เป็นจุดสัมผัส เช่น ปากช่องคลอดด้านนอก ช่องคลอด คลิตอริส ท่อปัสสาวะ และจะเป็นแผลริมนิ่ม ๆ และเจ็บ มีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตชัดเจน ถ้าเป็นในผู้ชายก็เจอแผลเหมือนกัน แต่เค้าอาจมีแผลขึ้นที่ท้องน้อย อวัยวะเพศ ต้นขา แล้วก็จะมีปัญหาท่อปัสสาวะ และรูก้นก็จะมีแผลเกิดขึ้น การรักษาจะใช้วิธีการกินยาปฏิชีวนะค่ะ

เห็นไหมคะว่าเซ็กซ์ที่ปลอดภัยไม่เพียงพอแค่ความไว้ใจเท่านั้น แต่เราต้องระมัดระวังและป้องกันร่วมกันในทุกๆ ด้าน การใส่ถุงยางอนามัยช่วยให้คุณปลอดภัยจากการติดเชื้อได้มากที่สุดค่ะ

(ขอบคุณข้อมูลจาก : Lisaguru.com)

เรื่องบนเตียง

บทความอื่นๆ